FILLER วุฒิศักดิ์ ทำควาามรู้จักกับสารฟิลเลอร์แบบต่าง ๆ

FILLER วุฒิศักดิ์ ทำควาามรู้จักกับสารฟิลเลอร์แบบต่าง ๆ

FILLER วุฒิศักดิ์ ทำควาามรู้จักกับสารฟิลเลอร์แบบต่าง ๆ ปัจจุบันนี้การเสริมความงามด้วยการ “ฉีดฟิลเลอร์” กลายเป็นที่เป็นที่คุ้นหูและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยกระบวนการที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด ใช้ระยะเวลาสั้น และมีความเจ็บปวดก็น้อยกว่า ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกในการพิจารณาอันดับแรก ๆ ไปในเวลาอันรวดเร็ว และด้วยชื่อกรรมวิธีว่าฟิลเลอร์นั้น

คือการเติมสารบางประเภทเข้าไปเพื่อให้ผิวหนังดูเต็มขึ้น ริ้วรอยดูตื้น ผิวดูเรียบ และเต่งตึง หรือการ “ฟิล” (fill) การเพิ่มเติมเข้าไปนั่นเอง และตัวสารฟิลเลอร์นั้นก็มีหลากหลาย รวมทั้งมีส่วนประกอบต่าง ๆ กันไป ไม่ได้มีเฉพาะกรดไฮยาลูโรนิก หรือโบท็อกซ์ อย่างที่เรามักได้ยินชื่อกันอยู่บ่อย ๆ เท่านั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงพาสาว ๆ ไปทำความรู้จักกับสารฟิลเลอร์ประเภทต่าง ๆ กันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin-Based Injectable หรือ Botox)

ความจริงโบท็อกซ์ไม่นับเป็นสารฟิลเลอร์ แต่เป็นกระบวนการที่เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้านั่นเอง ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์คือการฉีดสารที่มีฤทธิ์ลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น (ทำให้เป็นอัมพาตได้ในระยะชั่วคราว ราว 6 เดือน) เมื่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยก็จะไม่เกิด ถือเป็นการระงับการหยุดสภาพริ้วรอยที่มีอยู่แล้วไม่ให้เพิ่มมากขึ้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ชั่วคราว ในขณะที่สารฟิลเลอร์ทั้งหลาย คือการฉีดสารเพื่มเติมริ้วรอยที่เหี่ยวย่นไปแล้วให้ดูตื้นเต็มขึ้น

กรดไฮยาลูโรนิก หรือ ไฮยาลูโรนิก เอซิด (Hyaluronic Acid-Based Fillers)

กรดไฮยาลูโรนิก เป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาได้เองโดยธรรมชาติ มีลักษณะเป็นวุ้นอยู่ระหว่างคอลลาเจลและอีลาสตินไฟเบอร์ หน้าที่ของมันสำหรับผิวหน้าคือการหล่อเลี้ยงชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุมชื้นได้ดี ช่วยให้กระบวนการรักษาอาการบาดเจ็บของผิวหนังมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การสร้างกรดไฮยาลูโรนิกก็ลดลง ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ได้ดีเหมือนเคย ขาดความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยตามมานั่นเอง การฉีดฟิลเลอร์ด้วยกรดไฮยาลูโรนิกที่ผลิตมาในเชิงพาณิชย์ ผ่านกระบวนการหมักทางชีวภาพจึงเป็นช่วยตอบโจทย์ส่วนนี้แทนได้

ชื่อฟิลเลอร์ของกรดไฮยาลูโรนิกเป็นที่รู้จักในนาม Restylane Perlane Juvederm Belotero และ Hylaform นิยมฉีดเพื่อเติมร่องแก้ม ร่องหว่างคิ้ว รอยตีนกา และเพื่อริมฝีปากที่เต่งตึง

ฮูแมน-เบส คอลลาเจล (Human-Based Collagen Fillers)

ฮูแมน-เบส คอลลาเจล หรือคอลลาเจลสกัดที่มีพื้นฐานมาจากมนุษย์ เป็นคอลลาเจลสกัดที่เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของร่างกาย หลังฉีดแล้วสามารถคงทนอยู่ได้นานราว 4 เดือนหรือมากกว่านั้น อย่างไรก็ตามในการฉีดฮูแมน-เบส คอลลาเจลในช่วงแรก มักฉีดในปริมาณมากกว่าโดสธรรมดา เพราะคอลลาเจลชนิดนี้จะสลายตัวไปใด้ในเวลาอันรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องกลับไปฉีดซ้ำอยู่เป็นระยะ แต่เมื่อทำการฉีดต่อเนื่องไปในระยะเวลาหนึ่ง คอลลาเจลจะเริ่มคงตัว และให้ผลต่อได้ไปอีกนาน

ชื่อฟิลเลอร์ของฮูแมน-เบส คอลลาเจล ที่เป็นที่รู้จักในเชิงการค้า ได้แก่ CosmoDerm CosmoPlast Cymetra, Autologen และ Fascian โดยมักฉีดเพิ่มเพิ่มความมีน้ำมีนวลของใบหน้า เช่นบริเวณริมฝีปาก บริเวณรอบดวงตา รอยตีนกา และร่องแก้ม

โบวีน-เบส คอลลาเจล (Bovine-Based Collagen Fillers)

โบวีน-เบส คอลลาเจล หรือคอลลาเจลสกัดที่มีพื้นฐานมาจากวัว ให้ผลคล้ายคลึงกันกับฮูแมน-เบส คอลลาเจล (ซึ่งทั้งคู่ต่างได้รับการรับรองจากอง์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแล้ว) ต่างกันที่ว่าแพทย์ต้องทำการทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ เพราะในบางรายปรากฎอาการแพ้คอลลาเจลสกัดที่มีพื้นฐานมาจากวัวดังกล่าว

ชื่อทรีตเม้นต์ที่เป็นการฉีดฟิลเลอร์ของ โบวีน-เบส คอลลาเจล ได้แก่ Zyderm และ Zyplast

กระบวนการถ่ายไขมัน (Fat Transfer)

ในกระบวนการถ่ายไขมัน แพทย์จะทำการสกัดเซลล์ไขมันออกมาจากบริเวณของร่างกายที่มีไขมันส่วนเกิน จากนั้นจึงทำการถ่ายมันโดยการฉีดเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการเติมให้เต็ม อย่างริมฝีปากรอบดวงตา รอยตีนกา ร่องแก้ม และหว่างคิ้ว

แต่อย่างไรก็ตามความคงทนของกระบวนการนี้ไม่สามารถคาดคะเนได้ เนื่องจากอายุของไขมันที่ทำการยักย้ายและฉีดเข้าไปนั้น เปลี่ยนแปรไปตามเทคนิคที่้ในการสกัดเซลล์ไขมันออกมา แต่อย่างไรก็ตามในหลาย ๆ รายที่ใช้วิธีนี้ พบว่ามีความคงทนกว่าการฉีดฟิลเลอร์อื่น ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมกัน แต่กระนั้นการใช้ไขมันเป็นสารฟิลเลอร์เพื่อจุดประสงค์ทางความงามยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของอเมริกา

สารฟิลเลอร์สกัดจากเซลล์ผิว (Skin Cell-Based Injectable Fillers)

ในฟิลเลอร์ประเภทนี้ จะสกัดสารฟิลเลอร์จากเซลล์ผิวของผู้ที่เข้ารับการฉีดเอง โดยจะใช้เซลล์ผิวหนังส่วนที่มีไฟโบรบลาสต์หรือเซลล์เส้นใย (มักใช้ผิวหนังบริเวณหลังใบหู) แล้วส่งตัวอย่างนั้นไปยังห้องแล็บเพื่อทำการสกัดและเแปรสภาพให้อยู่ในรูปของเหลวพร้อมจะฉีดเข้าสู่ใบหน้าของคุณได้ โดยสารฟิลเลอร์ประเภทนี้มีชื่อเรียกทางการค้าและกระบวนการทรีตเม้นต์ว่า Laviv ซึ่งองค์การอาการอาหารและยาของอเมริการับรองให้สามารถใช้ Laviv ได้กับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมร่องแก้ม

แวมไพร์ อินเจ็คชั่น (Vampire Injections)

สารฟิลเลอร์ชื่อประหลาดนี้ ยังเป็นที่รู้จักในชื่ออื่น ๆ อย่าง แวมไพร์ เฟซ ลิฟท์, แดร็กคูล่า เทราพี และ เซลฟิล อินเจ็คชั่น (vampire facelift, Dracula therapy และ Selphyl injections) ซึ่งชื่ออันแปลกประหลาดของมันนี้มาจากสารฟิลเลอร์ซึ่งสกัดออกมาจากเลือดของตัวผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์นั่นเอง กระบวนการเริ่มต้นเมื่อมีการนำตัวอย่างเลือดไป แล้วจึงนำเข้าสู่กระบวนการเซลฟิล (Selphyl system) เพื่อสกัดเอาเกล็ดเลือดมาฉีดเข้าที่ใบหน้า ที่จะช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจลของผิวหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามกระบวนการเหล่านี้ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ เพียงแค่ในกรณีการผ่าตัดที่เกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อเท่านั้น

แคลเซียม ไฮดรอกซีลาพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ Radiesse)

ชื่อทรีตเม้นของฟิลเลอร์ประเภทนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม Radiesse ในฟิลเลอร์แต่ละเข็มจะมีสารละลาย CaHA ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอยร่องแก้ม และรอบปาก รวมทั้งทำให้รอยแผลเป็นบางประเภทดูเต็มตื้นขึ้นได้ด้วย ซึ่งสารฟิลเลอร์ประเภทนี้เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อร่างกาย ไม่เป็นพิษ และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ส่วนผลที่ได้สามารถอยู่ได้ยาวนานราว 6 เดือน หรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้องค์การอาหารและยาของอเมริการับรองให้ใช้มันได้ในเชิงการแพทย์ และสามารถใช้ได้ในเชิงความงามแต่ไม่ระบุในข้อบ่งใช้ (off-label) แต่ไม่แนะนำให้ฉีดเพิ่มเติมให้เรียวปากดูเต่งตึง เพราะอนุภาคของสารมีขนาดใหญ่เกินไป

สารสังเคราะห์กรดแลกติก ชนิดโพลีแอล (Synthetic Poly-L-Lactic Acid หรือ Sculptra)

ฟิลเลอร์ประเภทนี้เป็นที่รู้จักในชื่อทางการค้าว่า Sculptra เป็นสารสังเคราะห์จากธรรมชาติ แต่ก็สามารถเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของร่างกาย ฟิลเลอร์ประเภทนี้ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มแก้มที่ตอบ คางที่บุ๋มเว้าไม่ได้รูป เบ้าตาลึกโหล โดยให้ผลได้ยาวนานถึง 2 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการฉีดฟิลเลอร์ ผู้ที่ทำมักต้องฉีดหลายครั้ง จนได้ผลตามที่พอใจมากที่สุด และกลับมาฉีดซ้ำโดยเว้นระยะห่างช่วงหนึ่ง เพื่อรักษาผลที่พึงพอใจเอาไว้ให้นาน

สารสังเคราะห์โพลีเมทิลเมตาครีเลท หรือ ArteFill (Synthetic Polymethylmethacrylate Microspheres หรือ PMMA)

สารฟิลเลอร์ชนิดนี้จะใช้ร่วมกับ โบวีน-เบส คอลลลาเจล เรียกว่า ArteFill ซึ่งจะใช้ในการเติมริ้วรอยลึกอย่างร่องข้างแก้มรอยเหี่ยวย่นรอบบริเวณปาก หลังการทำสามารถเห็นผลได้ทันทีและยาวต่อเนื่องไปได้ถึง 5 ปีด้วยกัน ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารของอเมริการตั้งแต่ปี 2006 ให้ใช้ในเชิงความงาม

เห็นไหมคะ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นฟิลเลอร์เหมือนกัน แต่สารฟิลเลอร์ที่ใช้ก็แตกต่างกันไปหลายประเภท เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจทำฟิลเลอร์ ก็ต้องศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า ประเภทของสารฟิลเลอร์ที่คุณสนใจนั้น มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อผลหลังการทำที่พึงพอใจสำหรับคุณมากที่สุดนั่นเอง และก่อนจะจบขอทิ้งท้ายด้วยเกร็ดความรู้เกี่ยวกับยาประเภทที่เรียกว่า off-label หรือยาที่ไม่ได้อนุมัติให้ใช้ในข้อบ่งใช้ตามฉลาก ไว้สักนิดค่ะ

เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา องค์การอาหารและยาจะทำการับรองยาแต่ละตัว ซึ่งคำรับรองเหล่านั้นจะไปปรากฎเป็นข้อบ่งใช้บนฉลาก แต่ยาหรือสารบางประเภทก็มีการใช้เพื่อหวังผลข้างเคียงหรือใช้เพื่อประโยชน์ที่แตกต่างจากที่ระบุบนฉลาก ซึ่งองค์การอาหารและยาอนุญาตให้แพทย์ใช้ได้ตามวิจารณญาณ ทั้งนี้อาจเป็นประโยชน์ในแบบที่ใช้ได้ผลดี แต่ยังไม่ได้รับคำรับรองจากองค์การอาหารและยาก็ได้ เช่น องค์การอาหารและยาของอเมริการับรองให้ใช้สารโบท็อกซ์เพื่อเป็นฟิลเลอร์สำหรับบริเวณหว่างคิ้วได้ แต่ก็มีการใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่บริเวณอื่น ๆ ของใบหน้าเช่นกัน หรือสารสังเคราะห์กรดแลกติก ชนิดโพลีแอล ทางองค์การอาหารและยาก็รับรองให้ใช้เพื่อกระบวนการที่ไม่เป็นไปในเชิงความงาม แต่ก็มีผู้นำมาใช้กันเพื่อความงามอยู่มากมายนั่นเอง